R E T R O S P E C T

Milk tea came to Thailand by the Hokkien (Fujian) Chinese who migrated to Malaya. They finally settled in the southern of Thailand, Malaysia, and also in Singapore.

ชานม เดินทางมาสู่ประเทศไทยโดยผ่านทางชาวจีนฮกเกี้ยน (ฝูเจี้ยน) ที่อพยพมาสู่แหลมมลายู และลงหลักปักฐานในภาคใต้ของไทย มาเลเซีย รวมถึงสิงคโปร์

Evolution of this kind of tea was related to a modified method of consuming tea. By incorporating the form of milk tea, sugared British tea, and iced American tea, it became a cup of tea or coffee with sweetened condensed milk, selling together with Chinese deep fried dough stick (Iwha Kua) which commonly seen at stalls in the morning. At the end, this type of milk tea became “Thai milk tea” or “Cha Yen” that was known for its deliciousness so far.

พัฒนาการของชาสายนี้ เป็นการดัดแปลงวิธีบริโภคชา โดยผสมผสานรูปแบบการชงชาใส่นม และน้ำตาลแบบอังกฤษ และใส่น้ำแข็งแบบอเมริกัน กลายมาเป็นชา/กาแฟใส่นมข้นหวาน ขายคู่ปาท่องโก๋ (อิ่วจาก้วย) ในร้านอาแปะที่เราคุ้นเคย ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ชานมในรูปแบบนี้ก็กลายเป็น “ชาไทย” หรือ “ชาเย็น” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยนั่นเอง

Milk tea has been developing in many countries. In India, people used Assam tea which was grown on its own brewed with cow’s milk or buffalo’s milk and spices to made “Masala Chai” or “Garam Chai”. In Taiwan, people used local Assam tea brewed with creamer or milk powder and put Sago (jelly-like sweet) which were made from tapioca starch became the “pearl milk tea” one of the world famous beverage.

ชานมมีพัฒนาการในหลายประเทศ ในอินเดียใช้ชาอัสสัมที่ปลูกเอง ชงกับนมวัวหรือนมควาย และเครื่องเทศ เป็น “มาซาล่า ไจ” หรือ “กาแรม ไจ” ในไต้หวัน ใช้ชาอัสสัมที่ปลูกภายในประเทศ ชงกับครีมเทียม หรือนมผง ใส่สาคูที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังลงไป กลายเป็น “ชานมไข่มุก” ที่โด่งดังไปทั่วโลก

“Thai tea” and “Teh Tarik” of Malaysia have the same origin by the Hokkien as mentioned above. In the other words, could be said that they used to be the same type of tea which were made from tea leaves of Sri Lanka, who turned himself into a main player of tea bussiness after the failure of coffee plantation.

“ชาไทย” และ “ชาชัก” ของมาเลเซีย มีจุดกำเนิดเดียวกัน จากชาวจีนฮกเกี้ยนดังที่กล่าวไปแล้ว หรือกล่าวได้ว่า เคยเป็นชาชนิดเดียวกัน ซึ่งใช้ใบชาจากศรีลังกา ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ปลูกชารายใหญ่ หลังจากไร่กาแฟประสบภาวะล้มเหลว

Later, Teh Tarik has developed to be a unique identity, with a brewing method that could made fluffy bubbles in the milk tea, requiring a lot of skills of tea maker. As the lower southern part of Thailand in Malay Peninsula was somewhere that Teh Tarik was developed, it became a good resource of Teh Tarik which people there calling this tea in another name “Cha Tai (Southern Tea)”.

ต่อมา ชาชักมีพัฒนาการที่สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นที่จดจำได้ ด้วยวิธีการชงที่ทำให้เกิดฟองฟูฟ่องในชานม อันต้องอาศัยทักษะของผู้ชงอย่างมาก และด้วยพื้นที่ที่ชาชักได้รับการพัฒนาคือ บริเวณแหลมมลายู นั่นจึงหมายถึงภาคใต้ตอนล่างของไทย ก็เป็นแหล่งที่ชาชักแพร่หลายด้วย โดยคนไทยเรียกชานี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า “ชาใต้”

Thai tea has been developing in Thailand from the south and spread all over the country. According to the result of cost reduction; by using sweetened condensed milk instead of fresh milk and the use of cheap grade tea leaves, it was changed in taste which became a unique identity that is difficult to find any other like. In addition, as the byproducts like broken stalks and leaves from tea factories will fade the color the smell and the flavor, the tea makers add color, smell and flavor to these cheap tea leaves by roasting them for more intense. They also put the sugar during the roasting to create the aroma and caramel flavor, put food coloring to create a bright orange color (mimic the color of tea made from fine Ceylon tea) which cause the unique orange color of Thai tea when adding milk in it.

ส่วนชาไทยมีพัฒนาการภายในประเทศไทย จากภาคใต้กระจายขึ้นเหนือไปทั่วประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงในทางรสชาติ ที่กลายเป็นเอกลักษณ์อันยากที่จะหาชาใดเหมือน ซึ่งเป็นผลพวงจากความพยายามในการลดต้นทุน ทั้งด้วยการใช้นมข้นหวานแทนนมสด การใช้ใบชาเกรดถูก รวมถึงพวกผลพลอยได้อย่างก้าน และเศษใบแตกหักจากโรงงานชา ซึ่งเวลาชงจะให้สีจาง และรสกลิ่นอ่อนลง จึงมีการเพิ่ม สี กลิ่น รส เข้าไปในใบชาเกรดถูกนี้ โดยการคั่วใบชาให้มีรสเข้มขึ้น ใส่น้ำตาลระหว่างคั่วเพื่อให้เกิดกลิ่นและรสคาราเมล (น้ำตาลไหม้) ใส่กลิ่นวานิลลา ใส่สีผสมอาหารเพื่อให้เกิดสีส้มสว่างใส เลียนแบบสีของน้ำชาที่ชงจากชาซีลอนชั้นดี ซึ่งปัจจัยนี้เอง ที่ทำให้เกิดสีส้มแบบชาไทย เมื่อใส่นมลงไปในน้ำชา

The important factor which most effect the taste of Thai tea is changing in raw materials from Ceylon tea to the tea leaves that had just been discovered in the upper northern part of Thailand, that is, Assam wild tea. It has naturally been up for a long time. The local villagers there call “Miang”. Now this type of tea being cultivated as a tea plantation where yielding to enter many northern tea factory.

ส่วนปัจจัยสำคัญ ที่เป็นตัวพัฒนารสชาติของชาไทยคือ การเปลี่ยนวัตถุดิบจากชาซีลอน มาใช้ใบชาที่เพิ่งถูกค้นพบบริเวณภาคเหนือตอนบนของไทย นั่นคือ ชาป่าสายพันธุ์อัสสัม ที่ขึ้นโดยธรรมชาติมานานแล้ว ซึ่งชาวบ้านท้องถิ่นเรียกว่า “เมี่ยง” ซึ่งในปัจจุบันชาป่าสายพันธุ์อัสสัมนี้ ถูกนำมาเพาะพันธุ์เป็นชาไร่ ให้ผลผลิตป้อนโรงงานชาทางภาคเหนือ

From this development, resulting in the flavor of Thai tea which finally become a real Thai style, meet the specialty and perfection in the end.

จากความเปลี่ยนแปลงนี้ ส่งผลให้กลิ่นรสของชาไทย เปลี่ยนมาเป็นแบบไทยแท้ๆ แตกต่างอย่างลงตัวในที่สุด